วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย

By tanmeen Update วันที่

วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย


วัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย 

วัดห้วยปลากั้ง
วัดห้วยปลากั้ง
  • ตั้งอยู่เลขที่ 553 ม.3 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 
  • บนเนื้อที่ 15 ไร่
  • ทิศเหนือจด ตำบลบ้านดู่  
  • ทิศใต้จด แม่น้ำกก ต.รอบเวียง
  • ทิศตะวันออกจด หมู่ 2 ต.ริมกก (บ้านใหม่)
  • ทิศตะวัดตกจด ต. แม่ยาว

         เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี  พ.ศ.2544 โดยคณะศรัทธาวัดห้วยปลากั้งเริ่มกันก่อตั้ง จนกระทั่ง วันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 ได้มี พระอาจารย์พบโชค ติสฺสวํโส ได้เดินทางมาปฏิบัติธรรมและเริ่มมีการก่อตั้งศาสนวัตถุ เริ่มแต่กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ หอฉัน เจดีย์และเมื่อ วันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ทางสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีประกาศแต่งตั้งให้เป็นวัดโดยชื่อว่า  วัดห้วยปลากั้ง  โดยมีพระอธิการพบโชค ติสฺสวํโส เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เนื่องจากพระอาจารย์พบโชคมีความรู้เรื่องโหราศาสตร์ ในการทำนายทายทักซึ่งปรากฏว่าผู้คนที่มาดูดวง ส่วนใหญ่นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตน ตามความเชื่อส่วนบุคคล และได้ประสบผลสำเร็จในชีวิตทำให้พระอาจารย์พบโชคเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งภาคเหนือและทั่วประเทศในที่สุด

 วัดห้วยปลากั้ง

       หลวงพ่อพบโชค ติสฺสวํโส  บรรพชาอุปสมบทจากจังหวัดราชบุรี จนกระทั่งปี 2541 จำได้ว่าวันที่ 14 พฤศจิกายน 2541 จาริกแสวงธรรมมาจังหวัดเชียงราย วัดแรกที่เข้าพำนัก คือ วัดหนองยาว เนื่องจากได้ยินกิตติศัพท์ความเมตตาจากหลวงพ่อเจ้าอาวาส พักอยู่ได้ 7 วัน ได้ยินว่ามีวัดร้างจึงได้เดินทางเข้าจำพรรษาอยู่นานถึง 8 ปี จากนั้น ถึงคราวที่ต้องเริ่มสร้างบารมี เริ่มมีลูกศิษย์ลูกหามาขอความเมตตาช่วยเหลือ และแต่ละคนก็เริ่มประจักษ์ในอิทธิฤทธิ์และปาฏิหาริย์ของครูบาอาจารย์ จึงได้ตัดสินใจย้ายวัดมาอยู่ที่วัดปัจจุบัน คือ วัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยการแนะนำจากพระครูวิจิตรปัญญาภิวัฒน์ เจ้าคณะตำบลริมกก และ พ่ออุ้ยผัด ศรีกุณา และคณะศรัทธาญาติโยมห้วยปลากั้ง และที่ลืมไม่ได้คือโยมเหมียว ที่เชียร์และลุ้นให้มาเต็มที่ เดินทางมาถึงวัดห้วยปลากั้ง วันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น คณะศรัทธาและลูกศิษย์มาส่งหลายร้อยคน อาตมาประชุมชาวบ้าน แนะนำตัวแล้วก็รับปากอย่างเดียวคือ จะทำให้พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นที่นี่
   
                 

       ด้วยใจมุ่งมั่นรับใช้ต่อพระศาสนา จึงยอมทนเหน็ดเหนื่อยกับการรับแขก ญาติโยมกระจายกว้างไปเรื่อยๆ หลายจังหวัดจนเป็นที่รู้จัก พระอาจารย์พบโชค ใหม่ๆ ก็นึกอายเป็นพระหมอดู หลายคนก็ดูถูกดูแคลน ท้อใจหลายครั้งจะเลิกหลายหนแต่ก็ทนเพื่อให้สู่จุดหมายที่คิดไว้ อาตมา รู้ การ ดูดวงเป็นเพียงเปลือกกระพี้ของศาสนาเท่านั้น ไม่ใช่แก่น แต่ ตราบใดที่ต้นไม้ยังต้องมีเปลือกกระพี้หุ้มแก่นจึงเติบโต ศาสนาก็เช่นกัน อาตมาจึงยิ่งทำมากขึ้น ประกอบกับครูบาอาจารย์ (หลวงปู่ทวด ฤๅษีองค์ดำ  องค์ขาว) ท่านได้ช่วยศิษย์มากหน้าหลายตาให้ได้ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมหัศจรรย์และด้วยความมีวินัยทางการเงิน ซื่อสัตย์ต่อศาสนา จำสำนักสงฆ์ห้วยปลากั้งที่มีเพียงศาลาเล็กๆ ก็เริ่มสร้างกุฏิเล็กๆ ให้พระอยู่ จาก1 เป็น 2 จนกระทั่งครบ 9 หลัง เป็นที่พำนักของพระเณรและพราหมณ์ ใช้เวลาประมาณ 1 ปี เก็บเล็กผสมน้อยจากเงินขันครูดูดวง 5.25 บาท จากนั้นก็สร้างถนนหน้ากุฏิแล้วก็เริ่มสร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่ กว้า 12 ยาว 32 เมตร โดยมีท่านธงชัย-คุณนายแน่งน้อย ศรีดามา เป็นผู้อุปถัมภ์หลัก ท่านช่วยเหลือจนสร้างสำเร็จและขออนุญาตใช้ชื่อสกุลเป็นชื่อของศาลา
 

                         


       ปัจจุบันศาลาศรีดามาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ทั้งเป็นที่ปฏิบัติธรรมและพำนักพักอาศัยของญาติโยม จากนั้นการท่าเรือแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยสร้างแท็งก์น้ำ  หอฉันจนสำเร็จ และกุฏิเจ้าอาวาส 3 ชั้น ได้รับการอุปถัมภ์จากคุณชาคริส กาจกำจรเดช นักธุรกิจจากกรุงเทพฯ จากเดิมที่ดูดวงวันละเป็น 100 คน เมื่อนานไปถึงปี 2550 คนเริ่มน้อยลง อาตมามีเวลาในการปฏิบัติกิจทางศาสนามากขึ้น มีเวลาบำเพ็ญมากขึ้น วัดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จำได้ว่า วันแรกที่มาจำวัดนี้ นิมิตฝันเห็นบนดอยลูกนี้เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่สูงมาก แต่เห็นเป็นชั้นๆ คนเดินขึ้นได้มี 9 ชั้น สวยงามมาก เก็บความคิดนีไว้ในใจ จนกระทั่งมีวิศวกรจากกรุงเทพฯมานั่งดูดวง ดูเสร็จเขาถามว่าจะสร้างอะไร ก็บอกว่าจะสร้างเจดีย์เป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วเป็นชั้นๆ 9 ชั้น แล้วมีเจดีย์เล็กๆ 12 ราศี ล้อมรอบบอกเท่านี้จริงๆ อีก 7 วันต่อมา มีคนถือรูปเจดีย์เป็นภาพสีแต่งโดย Computer อาตมาเห็นแล้วขนลุกทั้งตัว คือภาพในนิมิตอย่างไงอย่างนั้นเลย นอนฝันไปหลายเดือนอยากจะสร้างเจดีย์แบบนี้ให้คนกราบไหว้ ลูกศิษย์ชื่อ พ.ต.ท. สีหนาถ นิลสุข (สารวัตรโป้ง) มักแซวบ่อย ๆ ว่ากุ้มใจไม่มีเงินสร้างเจดีย์ แต่ก็จริงจนกระทั่ง คุณ เฉิน เซียน เป่า นักธุรกิจชาวใต้หวัน ขึ้นมาเที่ยวบนวัดและดูดวง เกิดคุยกันถูกคอ เขาถามจะสร้างอะไร เอารูปให้เขาดู เขาสนใจ นิมนต์อาตมาไปโรงแรมดุสิตที่พักของเขา แล้วก็บอกว่าเป็นบุพเพวาสนาที่ได้เจอกัน เคยทำบุญมาแต่ชาติปางก่อน แล้วจะสนับสนุน แล้วเขาก็สนับสนุนเงินก้อนแรก 1 ล้านบาท แล้วก็เริ่มตอกเสาเข็ม วันที่ 26 เมษายน 2550 โดยให้ชาวบ้านในชุมชนเป็นใหญ่ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ และมีท่านพลเอก ปิติ กัมพูพงค์ มาร่วมงาน ชาวบ้านและศิษย์มาหลายร้อยคน ที่ลืมไม่ได้ คือ ผบ.ธนสิทธิ์ พานิชวงษ์ เสาหลักในการนำสายบุญเข้าวัดโดยตรงจากนั้นก็มีคณะศรัทธาญาติโยมเข้าร่วมทำบุญสร้างพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นภาพปัจจุบัน และใช้เงินงบประมาณไปแล้วประมาณ 20 ล้านบาทเศษ ยังขาดปัจจัยอยู่มากในการสร้างมหาเจดีย์

                         

        และสิ่งที่แปลกก็คือ อาตมาสังเกตว่าผู้มีบารมีหรือบุญเท่านั้นจึงมาร่วมสร้างเจดีย์นี้ คนรวยหลายคนเห็นแล้วเขาก็เฉย ๆ แต่หลายคนเห็นเจดีย์เกิดวิบัติ ทำบุญทำแล้วทำเล่า แล้วก็จะทำทุกชั้น เจดีย์ดวงนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก หลายคนคงสัมผัสได้ ปัจจุบันสร้างถึงชั้น 7 (ก.พ. 52) และก็สร้างเรื่อย ๆจนถึงทุกวันนี้


วัดห้วยปลากั้ง

คำสอนพระอาจารย์พบโชค




ขี่รถเบนซ์บนคันนา หรือจะขี่รถจักรยานบนทางด่วน 
          หลวงพ่อพบโชค มักสอนกับศิษย์บ่อยๆ ว่า ?การปฏิบัติธรรมของพวกเธอเปรียบได้กับ ขับรถเบนซ์บนคันนา อุปมาได้ว่า มักยึดติดกับความสุขสบาย ทำให้เนิ่นช้า เหมือนดั่งกับขี่รถเบนซ์บนคันนา ซึ่งทุกคนเชื่อกันว่า ขับเคลื่อนได้ช้าและไม่สามารถไปได้ไกล แต่ถ้าจิตใจแน่วแน่แล้วไซร้ ขี่จักรยานบนทางด่วน แม้จะไปได้ช้ากว่ารถเบนซ์แต่ถึงที่หมายแน่นอนและจักรยานถึงจะมีศักศรีต่ำกว่ารถเบนซ์ แต่ถ้าผู้ใช้มันให้ถูกต้องนำพาไปสู่การบรรละธรรมได้ง่ายนิดเดียว อธิบายได้ว่า อย่าติดกับความสบายนักเลย


ต้นไม้สอนธรรม
         เธอจะเลือกเป็นต้นไม้ใหญ่ใบใหญ่ หรือ จะเลือกเป็นต้นไม้ใหญ่ใบเล็กเคยเห็นต้นกระถินณรงค์ไหม... ต้นใหญ่เบ้อเร่อแต่ใบเล็กนิดเดียวเราไปอยู่ใต้ต้นก็ไม่ให้ร่มเงา เป็นที่พึ่งอาศัยไม่ได้เลยเปรียบเหมือนคนที่มีอำนาจราชศักดิ์ มีเงินมีทอง ร่ำรวย แต่ไม่เคยให้ใครลูกน้องบริวารผู้ใต้บังคับบัญชา ก็พึ่งพิงอาศัยไม่ได้ ทรัพย์สินเงินทองที่เก็บสะสมเอาไว้เมื่อตายไปก็เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เฉกเช่นเดียวกันกับคนที่เลือกเป็นต้นไม้ใหญ่ใบใหญ่ ตัวเองมีทรัพย์สินเงินทองร่ำรวย มีอำนาจราชศักดิ์แล้วแผ่ร่มเงาช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น ถือว่าเกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่เสียชาติเกิด เป็นต้นไม้ใหญ่ใบใหญ่โดยแท้




ต้นไม้สอนธรรม
         เธอจะเลือกเป็นต้นไม้ใหญ่ใบใหญ่ หรือ จะเลือกเป็นต้นไม้ใหญ่ใบเล็กเคยเห็นต้นกระถินณรงค์ไหม...? ต้นใหญ่เบ้อเร่อแต่ใบเล็กนิดเดียวเราไปอยู่ใต้ต้นก็ไม่ให้ร่มเงา เป็นที่พึ่งอาศัยไม่ได้เลยเปรียบเหมือนคนที่มีอำนาจราชศักดิ์ มีเงินมีทอง ร่ำรวย แต่ไม่เคยให้ใครลูกน้องบริวารผู้ใต้บังคับบัญชา ก็พึ่งพิงอาศัยไม่ได้ ทรัพย์สินเงินทองที่เก็บสะสมเอาไว้เมื่อตายไปก็เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เฉกเช่นเดียวกันกับคนที่เลือกเป็นต้นไม้ใหญ่ใบใหญ่ ตัวเองมีทรัพย์สินเงินทองร่ำรวย มีอำนาจราชศักดิ์แล้วแผ่ร่มเงาช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น ถือว่าเกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่เสียชาติเกิด เป็นต้นไม้ใหญ่ใบใหญ่โดยแท้




มิมีใครทำบุญแล้วจน
        ขอถามหน่อยว่ามีใครเคยเห็นคนที่ทำบุญแล้วจนไหมเคยเห็นคนที่ทำบุญแล้วเจ้งบ้างไหม ? คงตอบเป็นเสียงเดียวกันได้เลยว่าไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ถ้าถามว่า เคยเห็นใครลงทุน ทำการค้าทำธุรกิจ แล้วเจ้งไหม ทำธุรกิจพันล้านหมื่นล้านแล้วเจ้ง ล้มละลายมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ แล้วทีทำงานทำธุรกิจการค้ากันมาทั้งเดือนทั้งปีตั้งหลายปีขยันหมั่นเพียรมาตลอดปีตลอดชาติ ก็ไม่เห็นจะรวยซักทีหยุดทำงานทำธุรกิจ มาทำบุญซักวันจะเป็นไร.....!หลายคนถามว่า ทำไมไม่รวยกับเขาซักที่ ทั้งๆที่ตั้งใจ ขยันหมั่นเพียรมาตลอดตอบได้เลย เพราะว่าขาด ”บุญ” ไงเล่า ก็บุญเป็นที่พึ่งอาศัย ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าแล้วยังไม่คิดจะทำบุญกันอีกหรือ



ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่กว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
        การได้เกิดเป็นมนุษย์นี้ ถือว่าเป็นโชคดี โชคดีมากๆๆๆเพราะมนุษย์เป็นภพภูมิเดียวที่สามารถทำคุณงามความดี ทำบุญกุศลแล้วเลื่อนภพภูมิขึ้นไปสู่ที่สูงได้ การเกิดเป็นมนุษย์เขาให้เกิดมาทำบุญให้มาทำความดี และความดีที่ประเสริฐ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยประการต่างๆ โดยไม่เลือกว่าคนนั้นดีหรีอชั่วถ้าใครเกิดมาไม่เคยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มัวแต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวอยู่ คนนั้นเกิดมาเสียชาติเกิดแท้ๆ



หลวงพ่อ พบโชค เก่งทางไหน
        มีคนถามคำถามนี้บ่อยมากเห็นเขาสนทนากันว่าพระที่จะไปพบเก่งทางไหน?อยู่วัดอะไร? และท่านชื่ออะไร? อยู่สายไหน? แล้วก็มีคนตอบกันเองว่าท่านเป็นพระธรรมดารูปหนึ่งเป็นพระครูหรือยังผมก็ไม่ทราบมีเมตตาสูงชอบช่วยเหลือคนมีวิธีพูดเพื่อสร้างกำลังใจให้ผู้ที่กำลังท้อแท้มีกำลังใจต่อสู้กับคำสอนที่ท่านค้นพบท่านพูดบ่อยๆว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผมว่าท่านเก่งทางให้ทานนะอยู่วัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก ถ้าเป็นยั่งงี้ผมว่าท่านอยู่สายโพธิสัตว์เห็นเลี้ยงเด็กกำพร้า-คนชราเพียบแจกทานทุกวันและได้ยินท่านถามกับลูกศิษย์ว่าถ้าพบกับมารหรือผู้ขัดขวางจะสู้หรือจะหนี?ตอบ ถ้าสู้ไม่แพ้ก็ชนะมีสองคำตอบแน่นอน ถ้าหนีมีแต่แพ้อย่างเดียวแต่ถ้าไม่สู้และไม่หนีทำดีเลื่อยไปมีคำตอบเดียวคือชนะแน่นอน


พระหมอดู
        หลวงพ่อ พบโชค ประกาศเสียงดังเต็มศาลาว่าทุกวันนั่งดูดวงเพื่อให้วัดมีสีสันเท่านั้นถ้าไม่ดูดวงคนไม่ขึ้นวัดเลยแล้วท่านยังสอนอีกว่าคนเกิดปี ชวด ฉลุ ขาล เถาะ หรือเกิด อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธจะทำไห้คนดีหรือชั่วได้หรือไม่ ทุกคนมีคำตอบในใจอยู่แล้วหลวงพ่อบอกว่า ตั่งแต่เด็กเกลียดหมอดูมากแต่ผลสุดท้ายก็ต้องมาเป็นหมอดูเพือแลกกับสอนธรรมมะหนึ่งต่อหนึ่งหลวงพ่อเน้นอย่างเดียวให้ทำความดีอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนมนุษย์กตัญญูกตเวทีรับรองได้ว่าหมอดูคนไหนก็ดูดวงให้ไม่ได้มันหนีแรงกรรม กรรมไม่ดีส่งไม่ถึงแต่เขาลือกันว่า ยิ่งกว่าจิตแพทย์อีกช่วยคนไม่ให้ฆ่าตัวตายมานักต่อนักคนที่มาดูดวงไม่ได้ดวงตกอะไรหรอกเพียงแต่ขาดสติและสัมปชัญญะเท่านั้นคิดอะไรไม่ออกหลวงพ่อพบโชคท่านมีสติสัมปชัญญะมากกว่าจึงแนะนำได้ถูกต้อง

          




ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
http://www.wathyuaplakang.com

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก:
http://www.wathyuaplakang.com
http://www.teawmun.com/?p=1319
ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล
horoworld.com Webutation