คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด!

By เมย์ Update วันที่

คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด! คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด!


ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยแก้รัฐธรรมนูญ  ไม่เป็นการล้มล้างการปกครอง 

 ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย แก้รัฐธรรมนูญ

ศาล รธน. ยกคำร้องปมแก้ รธน .แต่ให้แก้ไขเป็นรายมาตรา ชี้ข้อเท็จจริงห่างไกลจากการล้มล้างการปกครอง


วันที่ 13 ก.ค.2555  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 8 คน  ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีรับคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 68 หรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น ก็จะให้ผู้ร้อง และผู้ถูกร้องลงชื่อรับทราบคำวินิจฉัย และจะแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองทราบว่าจะสามารถคัดสำเนาคำวินิจฉัยกลางภายในกี่วัน ส่วนคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการแต่ละคนนั้น เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการก็จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

จากการอ่านคำวินิจฉัยเบื้องต้นสรุปว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีสิทธิ์รับคำร้องจากผู้ร้องที่มีสิทธิ์เช่นกันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 2 ที่กำหนดให้ใครก็ตามหากเห็นว่ามีส่วนจะเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญก็สามารถยื่นคำร้องได้ เพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า

หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่มีประเด็นที่จะเห็นการล้มล้างการปกครองจึงให้ยกคำร้อง


ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย แก้รัฐธรรมนูญ

 


ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยมีจำนวน 4 ประเด็น ประกอบด้วย...

ประเด็นแรก ผู้ร้องมีสิทธ์ยื่นร้องหรือไม่  >>  คำวินิจฉัย ผู้ร้องมีสิทธิ์ร้อง

ประเด็น2    การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 โดยเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสามารถทำได้หรือไม่  >> คำวินิจฉัย แก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ ให้ทำประชามติ แก้ไขเป็นรายมาตรา

ประเด็น3 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 291 มีปัญหาว่า เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่   >> คำวินิจฉัย ไม่ขัด

ประเด็น4 หากมีการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องมีการยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง ตามมาตรา 68 วรรคสามและวรรค 4 หรือไม่  >> คำวินิจฉัย ไม่ยุบพรรค

สรุป ศาลรธน. วินิจฉัย ยกคำร้อง ทั้ง 5 คำร้อง ชี้ข้อเท็จจริงห่างไกลจากการล้มล้างการปกครอง

นายบุญ ส่งกุลบุปผา และนายนุรักษ์ มาประณีต เป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย  โดยในประเด็นแรกว่าศาลสามารถรับคำร้องไว้วินิจฉัยได้หรือไม่  ศาลเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคเป็นบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้ที่ทราบการกระทำที่ฝ่าฝืนตามมาตรา 68 ที่จะตรวจสอบโดยมีสิทธิสองประการคือ 1.เสนอให้ อัยการสูงสุด (อสส.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง และ  2.สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำได้  การใช้สิทธิวินิจฉัยเป็นหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ อสส. มีหน้าที่หาข้อเท็จจริงเท่านั้น  การแปรความดังกล่าวจะสอดคล้องต่อเจตนารมณ์ เรื่องสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นอกจากนี้การกระทำต้องดำเนินอยู่จึงจะสั่งให้เลิกการกระทำ มิเช่นนั้นก็จะเป็นการพ้นวิสัยที่จะกระทำ  

สิทธิตามมาตรา.68 มีเจตนาต้องการให้คนไทยร่วมกันปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการป้องกันล่วงหน้าและวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำ หากปล่อยให้เกิดการกระทำที่เป็นภัยร้ายแรง ย่อมสุดวิสัยที่จะแก้คืนได้ และเป็นการให้ต่อต้านโดยสันติวิธี มาตรานี้มิได้มุ่งหมายลงโทษทางอาญา หรือทางรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการสั่งให้เพิกถอนการกระทำเสียก่อน  มาตรานี้จึงเป็นไปเพื่อรักษาและคุ้มครองรัฐธรรมนูญ และปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข นี่ต่างหากถือเป็นเจตนารมณ์หลักของรัฐะรรมนูญ ยิ่งกว่าเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ             

หากพิจารณาจากรายงานการประชุมสสร. ยังพิจารณาได้ว่าสาระสำคัญของการอภิปรายอยู่ที่ให้ประชาชนใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การตีความเกี่ยวกับผู้มีสิทธิเสนอคำร้องควรตีความยอมรับสิทธิมากกว่าจำกัดสิทธิ  หากไม่มีคำสั่งของ อสส. และปล่อยให้มีการลงมติวาระสาม แม้แต่มาจะมีคำสั่งจาก อสส. ก็ไม่สามารถจะบังคับได้อีก ศาลจึงมีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณา  

ประเด็นที่ 2 ศาลวินิจฉัยว่า.. การแก้ไข ม.291 สามารถแก้ไขโดยยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ รัฐสภา เป็นองค์กรตามรัฐะรรมนูญ ดังนั้นจึงไม่มีอำนาจที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้่งฉบับ อีกทั้งการตรารัฐธรรมนูญ 2550 ได้ผ่านการลงประชามติจากประชาชนโดยตรง ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ การแก้ไขตาม ม.291 แม้จะเป็นอำนาจของรัฐสภา แต่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์  เมื่อมาโดยประชาชนก็ควรให้ประชาชนลงประชามติเสียก่อนว่าควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่              

ประเด็นที่3  เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ ตามที่ไม่ได้บัญญัติตาม 68 วรรคหนึ่งหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เป็นผลมาจาก รธน. 2550 ม.291 เห็นได้ว่ายังไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอถือได้ว้่าล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และการตจัดตั้ง สสร. ก็ยังไม่เป็นรูปธรรมถือเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าไม่มีผลแต่ประการใด  ประกอบบันทึกร่างหลักการและเหตุผลของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ให้เหตุผลว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  อีกทั้ง มาตรา 291 วรรค 5 ก็บัญญัติว่า ร่างที่มีผลการเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทำมิได้

นอกจากนี้หากร่างใหม่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภาและประธานสภาก็สามารถยับยั้งและร่างแก้ไขมีอันตกไป และยังสามารถส่งเรื่องให้ตรวจสอบข้อเทํจจริงและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้   และข้อเท็จจริงยังไม่เห็นว่าการกระทำเป็นการล้มล้างการปกครอง ข้ออ้างจึงเป็นเพียงการคาดการณ์ และความห่วงใยต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ศาลจึงให้ยกคำร้อง และไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นที่ 4 เรื่องยุบพรรค



ที่มาจาก :  http://www.komchadluek.net/detail/20120713/135053/ศาลรธน.ตัดสินยกคำร้องปมแก้รธน..html



ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล
horoworld.com Webutation